วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มันคือจดหมาย


ถึงนักการเมืองผู้เรืองยศ
เคยกบฏเคียงบ่าฝ่าวิถี
เคยห้ำหั่นฟันฝ่าเข้าราวี
เคยร่วมหนีฝีปืนที่ยืนยิง

 เคยชุมนุมสุมหัวไม่กลัวเกรง
เคยร้องเพลงกลางไพรจุดไฟผิง
เคยกู่ก้องร้องเพรียกเรียกคนจริง
เคยสู้ยิงแลกชีวิตพิชิตเมือง

เคยชูประชาธิปไตยไว้สูงค่า
เคยถูกตราเป็นวิหกเจ้านกเหลือง
เคยคิดกู้ผู้ไร้ให้ประเทือง
เคยฝันเฟื่องเข้าสภา "ข้าจะทำ"

ข้าจะช่วยเพื่อนไทยให้พ้นทุกข์
ไม่เสพสุขไต่เต้าเฝ้าถลำ
ไม่ทิ้งผู้ยากไร้ให้ระกำ
จะร่วมทำเพื่อผองชนคนเดินดิน

ถึงวันมีอำนาจราชศักดิ์
กลับจมปรักหนักหน่วงห่วงทรัพย์สิน
เห็นแก่ตัวทั่วถ้วนล้วนมลทิน
สลัดดินสู่ดาวขึ้นราวฟ้า

เสียงจากเพื่อนพ้องและน้องพี่
เป็นเสียงที่แหบหายดูไกลกว่า
เป็นเสียงจากปลายแถวแนวพนา
อยู่สภาไม่ได้ยินคนดินร้อง

เพราะเพื่อนพ้องในสภาพูดจาเพราะ
เสียงเสนาะไพเราะหูดูกึกก้อง
เป็นเสียงแห่งเสียงธรรมตามครรลอง
นั่งลูบทองนับเงินเพลิดเพลินใจ

ลืมคาวเลือดเดือนพล่านบนลานดิน
ลืมทั่วถิ่นกลิ่นป่าทิ้งนาไร่
ลืมสัจจะวาจาที่กล่าวไว้
ลืมกองไฟสุขชื่นค่ำคืนเพ็ญ

ทาสไท พิทักษ์ชน
๑๓ ก.ค. ๓๙


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น