วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

ฤๅ สาวเจ้าพลัดถิ่น จะลืมหมอลำ เสียงแคน

ฤๅ สาวเจ้าพลัดถิ่น จะลืมหมอลำ เสียงแคน


สาวป่าซาง

พร่ำเข้าฤดูฝน หน้าน้ำหลากกักขุมถนนลูกรัง สังคมผู้คนฟากตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยยังหากินโดยการออกจับกบ บีบเขียดในยามวิกาล สตรีเจ้ายังคงนั่งรอผัวกลับจากการบีบเฟ้น อารมณ์ที่หนีไม่ได้ก็ตอนหมุนคลื่นหน้าบัดวิทยุในย่านความถี่ เอ เอม เพรียกหาหมอลำ เสียงแคน เสียงพิณแกล้งฟังไว้เป็นเพื่อนไว้คลายเหงา รอผัวเจ้ากลับมา สังคมในวัฒนธรรมเสียงเพลงยังคงก้องทั่วพื้นที่แถบกันดาร ในยุคงานสตรีแม่บ้านยังไม่ดังก้องเหมือนโอท็อป พวกเธอส่วนใหญ่จบการศึกษาอ่านออกเขี่ยได้ ไม่สูงเท่าชายใดในหมู่บ้าน เอาพอเฮ็ด ก๋าน เฮ็ดงานบ้านเป็นก็เพียงพอ ถึงคราอนิจจังเหล่าชายไม่เอาดี เฮ็ดงานไม่สม่ำเสมอ สาวเจ้าก็จำเป็นต้องออกระเห็ด มาเฮ็ดเอง สังคมช่างโหดร้าย ภาพข่าวโศกนาฏกรรมสตรีผู้ไร้สุข ขาดไออุ่นในการสร้างครอบครัวในฝันกับชายชาติพันธุ์หน่อเดียวกันเริ่มพังทลายลง ด้วยการออกไปหางานเฮ็ดที่กรุงเทพฯ 

สาวเจ้าไม่มีอะไรนอกจากวิทยุที่ซุกซ่อนในกระเป๋ากระดาษพลาสติกลายสายรุ้ง บ้างเม้าส์ว่าเสริมสวยนี่ดีแน่แท้ บ้างว่าเย็บผ้าก็เก๋ พวกหล่อนต่างหอบหิ้วกระเป๋าใบโต รองเท้างานวัดแลดูชั้นสูง พร้อมเสื้อผ้าที่คิดว่าเก๋ โบกมือลาพ่อแม่ที่มีฟันสองซี่ไว้เคี้ยวหนุบหนับยามเปิบข้าวเหนียว เพลงนักร้องบ้านนอก ของพุ่มพวงพลันดังสะท้อน กระท้อนก้องในกะโหลก “ไม่เด่น ไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับบ้านนา” ใช่สิ พวกหล่อนคือสาวมั่น หัวทันสมัยที่ออกมาตามเสียงเพรียกร้องของอนาคตที่แจ่มใส ใช่สิพวกเธอคือสาวทำงาน(Working Women) ค่านิยมในความทันสมัย ของสังคมที่ออกจะดูล้าสมัยได้ตระการปรากฏฉายในแววตาสาวเจ้าทุกนาง พวกเธอต้องการสามีที่ดีในคราบความมั่งมีที่แลดูมีรสนิยม แม่น! เธอเห็นมาดามกรามหนา ดั้งหัก สวมชุดแวววับถือหลุยวิกตองเดินเฉิดฉายเข้ามาพร้อมสามีฝรั่งตาน้ำข้าว มาดามเธอนำความสุกใสให้แก่ครอบครัวโดยการซื้อทีวี ตู้เย็น และที่สำคัญ เครื่องเสียงสเตอริโอเปิดสรรเสริญเพลงหมอลำได้ฟังทั่วแถบบ้าน เพื่อแสดงถึงความมีอันจะกิน แลรสนิยมเพลงที่ทันสมัยอัพเดทเกินกว่าในรายการเพลงลูกทุ่งหลังเพลาห้าทุ่มจะเปิดได้ ใช่อีกสิ เดียวนี้สาวเจ้ารอผัวบีบเขียดไม่ได้ฟังวิทยุ หล่อนเบิ่งละครหลังข่าวก่อนตบท้ายด้วยรายการเพลงลูกทุ่งหมอลำสุดบรรเจิด กบเขียด ก็เหลือน้อยลงทุกวันสามีหล่อนขอบ่นพร้อมกลิ่นเหล้าขาว เซิ้งบั้งไฟปีหน้าหล่อนขอท่าเซิ้งแบบสาวมาด เมกะแดนซ์

เศร้าใจ! พวกเธอต่างชมชอบมาดามที่นำความเจริญเข้าสู่ครอบครัวมากกว่าผัวที่ประพฤติตัวตามฮีตสิบสองเดือน หล่อนเบื่อเขียด วัฒนธรรมโทรทัศน์ตัวร้ายที่ทันสมัยนางเอกที่ไม่ยอมแพ้นางร้าย การตบเพื่อแย่งซีน บทบาทให้ได้มาซึ่งชาย พระเอกเพศอันประเสริฐในหนังน้ำเน่า ดอกสตรีนิยมเริ่มเบ่งบานในกลางสมองเธอ ประเดี๋ยว ก่อนหน้าที่จะบรรจงอัดเพลงเพลงหมอลำแบบไฟล์ประหยัด(Mp3)ขายงานวัดบ้านดอน พร้อมแว่นกรอบโตตามียี่ห้อกุ๊ดจี่ เดินเข้ามาเพรียกหางานอันจะจัดเจอบุรุษตาน้ำข้าวในเมืองกรุง ผู้ปรารถนานำพวกเธอไปทำพันธุ์ที่เมืองฝรั่ง แลดูทันสมัย!

นานา น่านบันเทิงคดี ของชีวิตอันไม่มีคดี ได้รองรับแรงงานสาวเจ้าเข้ามาสู่อาชีพที่ไม่ต้องถือจอบ กำเคียว Bar Girl(สาวสถานบันเทิง) หล่อนดูจะตื่นเต้นกับวัฒนธรรมตะวันตก มือที่เคยจี่ข้าว หมักปลาร้า ก็หันมาย่างเนื้อทำแฮมเบอร์เกอร์ ชงเหล้าสูตรหรู เครื่องดื่มเวรี่ทันสมัย เธอเรียนภาษาต่างประเทศในคอร์ส พบปะเจ้าของประสาโดยตรงสำเนียงสาวเจ้าฟุ๊ต ฟิต ออกพิลึกชอบกล ดังคำกล่าวของน้อง ก. น้องเธอแต่งงานกับผู้บ่าวอีสานก่อนจะมาทำงานเป็นสาวบาร์ในขณะที่เพลงบริทนีย์ เปิดประโคมให้เหล่าเพื่อนเธอเต้นแยงย้ายส่ายสะโพกบนบาร์อย่างคับขัน ที่นี่น้อง ก. ได้ซึมซับวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะอารยนิยมอเมริกันชน หล่อนชอบที่จะฟังเพลงตามสไตส์ของหนุ่มตาน้ำข้าวที่แวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย มีคนเข้ามาจีบหล่อนทุกวัน สาวเจ้ายิ้มพริ้มพรายชอบใจสะบัดมือสยายผมซ้ายที หล่อนชื่นชอบเพลงของนางมาดอนน่า นางบริทนีย์ และนางสาวเลดี้กาก้า พูดพรางสะบัดมือสยายผมข้างขวาที ฮายยย ยูว อา เวว คั่ม! หล่อนกล่าวทักทายแขกแบบฝรั่ง ก่อนที่จะมาสนทนาเรื่องรสนิยมของชายหย่าร้างที่ชื่นชอบให้คุณหล่อนเปิดเพลงยุค ๖๐ และ ๗๐ ด้วยเหตุนิยามความโรมานซ์ของเนื้อร้อง และทำนองที่งดงามตามอายุหนุ่มรุ่นพวกเขา เพลงได้ถูกบรรจงเปิดในผับนวลนาง เช่น เพลงของกลุ่มนักร้องโรลลิ่งสโตน(ค.ศ. ๑๙๖๒) ได้รับความนิยมสูงสุดในบาร์สาวเจ้า

รองลงมาก็เป็นนักร้องชายขวัญใจชายโสด อาทิ อีริค แคลปตัน(Can’t  Find My Way Home) และงานเพลงประเภท ร็อคแอนโรล น้อง ก. บอกว่าเธอเต้นเพลงพวกนี้ไม่เป็น เพราะมันไม่มีจังหวะส่ายสะโพก หล่อนโม้ว่าร้านเราเพลงเพราะที่สุดในย่านนี้ น่านนี้เพลงบาร์เธอทันสมัยหลากหลายสุด อิฉันถามต่อว่าแล้วมิทราบไปหาเพลงจากที่ไหนคะ อ๋อ บอสเค้าหามาให้เปิดคะ(พูดพลางฝรั่งตัวใหญ่ก็ปรากฏกายอย่างอัศจรรย์ เธอเมาแล้วล้ม) ส่วนเพลง เพอะ-ปอป พี่กับน้องๆ สาวเจ้าเป็นคนหามาเอง แผ่นละห้าสิบบาทเองนู๋ ถู๊ก ถูก  พูดไม่ทันขาดคำสาวเจ้าก็ขอแดนซ์เพลงนางมาดอนน่า(Celebration) ทันใดนั้นช่วงเวลาแห่งการรอคอย ช่วงเวลาแห่งการนับถอยหลังโดยผู้ว่า กทม.ได้เริ่มขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน 10 – 9 – 8 – 7 – 6 – 5 – 4 – 3 - 2- 1____ Happy New Year 2010 กระดิ่งภายในร้านถูกชักดังลั่น สาวเจ้านาบลูกโป่งแนบเรือนอกแตกกระจาย และตามด้วยเพลง เพลง เพลงหมอลำ เพลงมันต้องถอน เพลงจี่หอย และเพลงดาวมหาลัย ได้ดังปะทะเข้ากับเวลาแห่งวินาทีใหม่ ปีซาว-สิ๊บ สาวเจ้าแดนซ์กระจายในท่ารำวงพร้อมเพื่อนชายชาวต่างชาติ เธอทุกคนต่างสุขสันต์ในเหง้าเสียงแดนเดิม แม่น! สาวเจ้าเป็นสาวอิสานเด้อ ชายชาวต่างชาติผู้หนึ่งในสภาวะหย่าร้างกล่าวว่าตนไม่รู้สึกอายเยี่ยงไรกับการได้ภรรยาใหม่เป็นสาวเจ้า เพราะเธอมีรสนิยมทางดนตรีที่ดี ความสามารถในการเต้น และแทงพูลเป็นเลิศ พูดแล้วยิ้มเมียงมองท่ารำวง คอหนีบขวดของพวกหล่อน อนิจจัง พวกเธอคงอยากกินตำบักหุ่งต้อนรับปีใหม่เป็นแน่แท้ พูดแล้วก็แนะนำ BF(Boyfriend) แนะนำให้เป็นที่รู้จักเห็นไหม?พวกเธอได้ดีทุกคน

เสียงร้องที่ยังโหยหา ความต้องการอันไม่มีที่สิ้นสุด ที่ใดสักแห่งที่ยังสามารถรองรับสาวเจ้าในหน้าที่ภริยา ชายชั้นสูงเหมือนละครหลังข่าวที่ตนใฝ่ฝัน ล้มบ้าง คลุก บ้าง บางครั้งก็คลานไปหาอาชีพขายเรือนร่าง ใช่สิหล่อนยังย้ำในจุดยืนทันสมัยในอาชีพแสนสบาย ใครเล่าจะอยากตรากตรำ ใครเล่าไม่อยากสวย หล่อนเห็นเพื่อนสาวและสามีออกมาหางานกรรมกรตัวดำ ชีวิตมันเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าเกิดได้สาวเจ้าอยากเกิดในสังคมชั้นสูง ผู้ดีมีอันจะกิน แต่อย่างไรเมื่อได้กลิ่นปลาแดกก็อดใจในเหง้ารากของตนไม่ได้ ดนตรีก็เช่นกัน ถึงสาวเจ้าจะร้องเล่นเต้นรำในวัฒนธรรม Popทันสมัยตามกระแสอินเตอร์ แต่กลิ่นไอลูกทุ่งหมอลำ เสียงแคน เสียงพิณ ก็ไม่ได้พรากจิต วิญญาณไปจากเธอ รอยยิ้มที่ยังหวาน ดวงตาที่ยังมีหวังเธอบอกว่าจะกลับบ้านนอกวันที่ หก พร้อมแฟนตาน้ำข้าว 



ที่นั่นแหละ ที่ที่เธอจะเปิดเพลงหมอลำได้อย่างภาคภูมิใจ......


1 ความคิดเห็น:

  1. http://www.youtube.com/watch?v=Sk3RoTDhf5k

    เพลงมันต้องถอน

    http://www.youtube.com/watch?v=tWoRWW8fqho

    เพลงดาวมหาลัย

    http://www.youtube.com/watch?v=uYD8TrdRI3w

    เพลงจี่หอย เอาไปฟังให้ม่วนเด้อ

    ตอบลบ