วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

มารยา-ยาตร ในการชมดนตรี

มารยา-ยาตร ในการชมดนตรี

By Amelie Chance



โปรดจะเอ่ย ถึงมารยาทในการฟังดนตรีแสนวิเศษ อย่างเครื่องสายฝรั่งหลวงสักหน่อย หลังจากการชมดนตรีพร้อมหนังสืออันว่าด้วยความซาบซึ้งในสุนทรียรสแห่งดนตรีตะวันตก ฉันเดินเปิดหนังสือที่เสี้ยมด้วยการสร้างภาพมายาในการฟังดนตรีมีหนังสือหลายต่อหลายเล่มได้กรุณาบอกกล่าวพร้อมดักขังจินตนาการที่ว่าด้วยการซาบซึ้งแห่งดนตรีรส แต่กระนั้นหรือหนังสือเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนหมอนแสนวิเศษให้ฉันหลับเคลิ้มซาบซึ้งอย่างมิรู้ร้อนหนาว

            ฉันสะพายกระเป๋า พร้อมคู่มือว่าด้วยความซาบซึ้งในมือก่อนเข้าไปบรรจุสุนทรียรสการชมดนตรี เครื่องสายฝรั่งอย่างเปรมปรี-ดาหลังด้วยบรรยากาศอันสร้างภาพสะท้อนแห่งความมั่งมีและความขลังอย่างประหลาด ห้ามคุยนะคะ! หญิงสาวน่ารักนางหนึ่งเดินมาเตือนสตรีผู้หนึ่งอย่างสุภาพ คิก คิก คัก คัก... เสียงกระซิบกระเซ้า หญิงสาวที่อดหัวเราะไม่อยู่จนแฟนเธอต้องนำเสื้อคลุมแสนไฮโซมาอุดปาก ยิ่งอุดยิ่งหยุดไม่อยู่ เหลียวแล ชะแง้มอง ชะง้อเห็นสภาพเธอช่างเสมือนคนหัวเราะและร้องไห้ ใบหน้าเริ่มแดง เสียงยิ่งคล้ายคนร้องไห้เข้าไปทุกที-ซาบซึ้งยิ่ง

            นักดนตรีทำสีหน้าอยากร้องไห้ บางคนแอบหาว ด้วยความไพเราะสุดพรรณนา ฉันนึกสนุกในใจ แล้วใครบ้างที่แอบงีบ พลันเหลียวหลังแลมอง ภาพความงามในชุดราตรีกำลังจะหมดสิ้นลงเพราะต่างก็สุดพรรณนาความซาบซึ้งในท่านั่งคอพับ หลับครอกฟี้ เขาหลับอย่างมีความสุข และพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาตรบมือด้วยความซาบซึ้งอีกคราเมื่อบทเพลงบรรเลงจบ

            นั่นสินะ เราต่างไม่มีวัฒนธรรมที่ว่าด้วยความซาบซึ้งในรสของดนตรีเหล่านี้ ฉันเพ้อฟังเสียงเหล่าวิญญาณไม้โบราณบรรเลงสอดประสานอย่างจับใจ “เธอว่าเครื่องดนตรีที่โซโล่อีสต์ นำมาแสดงแพงไหม” เสียงเด็กรุ่นเปรยอย่างเรียบง่ายเมื่อถึงเวลาพักปลดทุกข์ “นั่นสิฉันว่าคงจะหลายล้านบาท ทั้งชาติฉันก็คงไม่มีปัญญาจะได้เครื่องเหล่านี้มาอวดโฉมบรรเลงเป็นแน่แท้”

            หลุมพรางความมั่งมีค่อยๆ ดักจับผู้ฟังอย่างช้าๆ ใครสักคนก็คงบอกว่าต้องปีนกระไดฟัง แต่ฉันคิดว่าทุกคนต่างมีความสุขกับการสร้างกระไดนี่เสียจริง บทบรรเลงเริ่มบอกกล่าวท่วงทำนองอีกครั้ง ผู้คนยังคงเปิดอ่านที่มาที่ไปว่าด้วยความซาบซึ้งอุตลุด แกร๊บๆ เสียงเปิดหน้ากระดาษยังดังขึ้นไม่ขาดสาย นั่นสินะเพราะนี้มันเป็นวัฒนธรรมแปลกปลอม ใครเล่าจะมีภาพความทรงจำเกี่ยวกับดนตรีพวกนี้ ฉันพลันนึกถึงแว่วเสียงวิญญาณไม้เมื่อบรรเลงหน้าเตาผิงแสนอบอุ่น ข้างนอกหน้าต่างนั่นคงหนาว หิมะโปรยราวเสกทุกอณูรอบนอกให้เป็นดั่งกระดาษ ทุกคนโขยกตัวไปตามท่วงทำนอง ส่ายหัวพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หลังมื้ออาหารที่เปรมเปี่ยมสุข ขอบคุณพระเจ้า ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม การส่งสายตาที่เหมาะเจาะ เราสนุกด้วยกัน ด้วยกันในบทเพลงที่เราได้สร้างขึ้นจากความทรงจำ และท่วงทำนองนี้จะนำเราไปสัมผัสพระเจ้า

            ฉันเพ้อจนสายตาจรดไปที่เพดาน จะเป็นไปได้ยังไง ถ้าภาพความทรงจำของคน(เช่นฉัน)ยังมีควายกลางทุ่งนา เสียงนกเอี้ยงหยอกล้อ พลันคิดถึงเพลงคนดังลืมหลังควาย นั่นสินะ ถ้าพุ่มพวงไม่เคยเห็นควาย ไม่เคยขี่หลังควาย ก็คงไม่ร้องเพลงเกี่ยวกับควายอย่างไพเราะจับใจเช่นนี้ สะดุ้งพลันจากภวังค์ บุรุษข้างๆ ฉันนั่งหลับกรนอย่างเพลิดแพร้ว เธอผู้นั้นหัวเราะอย่างสิ้นโลก ฉันเพ้อคิดอีกครั้งถ้าจะให้คนรักคลาสสิค พลังจินตนาการว่าด้วยพลังของสื่อที่สรรค์สร้างประสบการณ์แปลกปลอมที่เป็นดั่งแรงบันดาลใจให้เหล่านานาอารยธรรมทุนนิยมทั้งหลาย.......#@*&(ฉันนั่งคิดแบบประหลาด)

             ภาพเด็กบ้านนอกที่ชอบเปิดยูทูป-ขี่ควาย ใฝ่ฝันถึงการจะได้เป็นนักดนตรีคลาสสิคก้องโลก ด้วยทางบ้านยากจน ตลอดจนถึงดนตรีเรียนแพง เด็กผู้นั้นจึงได้แต่ใฝ่ และฝันในสิ่งที่วัฒนธรรมบ้านนอกในสิ่งที่ตนไม่เคยสัมผัส พลันนึกถึงถ้อยคำอันเป็นดั่งคำวิเศษ “พรสวรรค์” นั่นสิมันช่างอยู่ถูกที่ถูกทางเสียกระไรกับการจะพร่ำบรรยายพรรณนาถึงข้อดี ความวิเศษของดนตรีเหล่านี้ให้คนรุ่นหลังได้ฟังและเข้าใจ พรสวรรค์จึงเปรียบเสมือนชุดคำที่ไม่จำเป็นต้องหาถ้อยสันบรรยาย

            “ลูกเดี๊ยะเป็นเด็กมีพรสวรรค์คะ เพราะเขาดีด เพีย อะ โน มาตั้งแต่ 4 ขวบ” เธอเปรยง่ายๆ กับเหล่าสตรีผู้บรรจงตั้งใจกรีดกรายนิ้วระยิบระยับไปด้วยหินเรืองแสง ภาพพรรณนาพลันให้ฉันจิตนาการเพลิดไปถึงเด็กบ้านนอกที่ไม่มีปัญญาได้มานั่งข้างๆฉัน ฉันสงสาร สงสารความด้อยโอกาส สงสารตัวเอง และผู้คนในปะรำพิธีนี้ เพื่อนชาวต่างชาติฉันพร่ำบรรยายถึงความวิเศษของบทเพลงที่ทางวงเล่น ครั้งแรกเขาได้ฟังคุณตาเล่นบรรเลงหน้าเตาผิง กลิ่นขนมปังหอมกรุ่น แม่ผู้ชอบเปิดเพลงคลาสสิคฟัง คุณยายที่เพลาดีดเปียโนรับอรุณจ้า เราไปโบสถ์เพื่อร้องเพลงกันทุกอาทิตย์ และด้วยความสนุกสนานยิ่ง ภาพฝันความทรงจำที่เขาค่อยๆ คลี่บรรยายมันช่างวิเศษสิ้นดี ฉันเพ้อถึงเด็กบ้านนอกที่แอบฝึกลายแคน ดีดซึง สีสะล้อ กดอัดเทปเก่าๆ ทับตามรายการวิทยุพื้นเมือง แม่บรรจงทำแกงกบอย่างเอร็ด และทุกคนต่างเปิดดูลูกทุ่งหมอลำ พร้อมมื้ออาหารที่แสนอร่อย

            ช่างห่างไกลกันสิ้นดี ช่องว่างทางวัฒนธรรมเยี่ยงนี้ใครเล่าจะหาตัวต่อเชื่อมที่เหมาะสม บรรจงประต่อปิดไปอย่างแนบเนียน เทศน์มหาชาติใยขาดเปียโนบรรเลงประกอบ เพลงกล่อมเด็กใยไม่มีไวโอลินสีคลอเคล้าพะนอ ทุนนิยมเท่านั้นที่จะช่วยได้ ถึงแม้จะเป็นชุดคำตอบอันแสนโหดร้าย แต่สังคมนี้ก็ได้ราดไปด้วยเมือกราคะตัณหาลื่นๆ บนกองกระดาษและเหรียญเหล่านี้อย่างดาษดื่น เป็นราดหน้า(เงิน) ที่แสนอร่อย

            เพียงเพื่อรสนิยม และความงามที่ดูเข้าขั้นเพริศแพร้ว คงมีคนชอบทำราดหน้ากันหลายท่าน ฉันอยากให้เด็กฟังเพลงคลาสสิค ชอบไม่ชอบก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยในห้องสมุดบ้านนอกก็คงมีซีดี ง่ายๆ ให้เด็กผู้ด้อยโอกาสทางเสียงเพลงได้ฟังอย่างน้อย เขาและเธอเหล่านั้นจะได้นำไปโม้เวลาโตว่าเคยฟังมาแล้ว และสิ่งนั้นก็คงเป็นตัวต่อที่สวยงามถ้าเขาและเธอได้จินตนาการบนหลังควายขณะยังประทับตราตรึงท่วงทำนองความทรงจำเหล่านั้น จาก ณ ที่ใดสักแห่ง

            ขอได้บุญเยอะๆ นะคะ เจ้าประคุณทูนหัว สาธุ อนุโมทนายิ่ง ยายฉันขอบอกขอบใจ พร้อมยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ขณะเจ้าหน้าที่ อบต. นายหนึ่งนำซีดีเพลงซอว่าด้วยสุขอนามัยมามอบให้ ฉันพลันคิดถึงเด็กบ้านนอก พร้อมประสมภาพความทรงจำละเลงกันอย่างสนุก คงไม่ต้องรอให้แก่ถึงต้องมานั่งฟังเพลงพวกนี้ เพราะมันไร้ซึ่งภาพความทรงจำสิ้นดี

            คิดไปก็มากความ การแสดงเพิ่งจบลง ฉันซาบซึ้งยิ่ง ขอบพระคุณนักแสดงทุกท่านในปะรำพิธีนี้ ฉันซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูกในทุกบทเพลงที่ทุกคนได้พร่ำพรรณนา ถึงแม้จะไม่เฉียดขั้นที่ว่าไปด้วยความซาบซึ้งในหนังสือก็ตามที แต่พรุ่งนี้ฉันจะไรท์เพลงคลาสสิคเหล่านี้ไปให้เด็กตัวน้อย ณ บ้านนอกของฉันฟัง ที่นั่นยังมีวัว ควาย ยังมีซอทางวิทยุ และยังมีเพลงที่ฉันมอบให้ด้วยใจ ภาพความทรงจำท่วงทำนองนี้ยังจะตราตรึงไปอีกนาน เพราะมันคือทำนองบันทึกทางความทรงจำที่มีค่ายิ่งกับแกงกบที่แสนอร่อย...



 ใครสนใจเข้าร่วมด้วยช่วยกันได้นะคะ คุณครูเขาฝากขอบอกขอบใจมามากมาย



            โรงเรียนบ้านปงแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ที่ที่ฉันส่งเพลงคลาสสิคไป
         เราอยู่อย่างคนมีเกินไป จนลืมคนที่เขาไม่มีไปเสียหมดสิ้น(ดูทางเข้าหมู่บ้านแม่ลอบ)

ฉันอาจจะเป็นสตรีที่บ้าบอ Coppy เพลงให้โรงเรียนบ้านนอก แต่ฉันทำเพราะความสุขสบายใจ ใครจะทำไม?


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น