วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

I am Music- นายดนตรี

I am Music



I am Music, most ancient of the arts. I am more than ancient; I am eternal. Even before life began upon this earth, i was here - in the winds and the waves. When the first trees and flowers and grasses appeared, i was among them. And when humanity came, i at once became the most delicate, most subtle and most powerful medium for the expression of emotions. 

In all ages i have inspired people with hope, kindled their love, given a voice to their joys, cheered them on to valorous deeds, and soothed them in times of despair. I have played a great part in the drama of life, whose end and purpose is the complete perfection of human nature. Through my influence, humanity has been uplifted, sweetened and refined. With the aid of humanity, i have become a Fine Art. I have a myriad of voices and instruments.

I am in the hearts of all and on their tongues, in all lands among all peoples, the ignorant and unlettered know me, not less than the rich and the learned. For i speak to All, in a language that all can feel. Even the deaf hear me, if they but listen to the voices of their own souls. I am the food of love. I have taught people gentleness and peace; and i have led them onward to heroic deeds. I am comfort for the lonely, and i harmonize the discord of crowds. I am a necessary luxury to all. 

I am MUSIC.

ANONYMOUS


นายดนตรี 
 
พระพินิจวรรณการ (แสง สาลิตุล ป.๖)
 
 นายดนตรี, มีคำ, เฉลยไข
 
ฉันเป็นเจ้า, ฉันเป็นข้า, ไม่ว่าใคร                            ฉันรับใช้, ท่านทั้งหลาย, ทั้งตายเป็น
วิญญาณที่, มิรู้ตาย, ก็ได้ฉัน                                  เป็นปากป่าว, ข่าวขัน, และข่าวเข็ญ
ให้โลกหวัว, ให้โลกไห้, ไม่วายเว้น                          ให้งงงวย, หลงให้เซ่น, ให้บูชาฯ
เรื่องรักรัก, เรื่องชังชัง, ทั้งเรื่องรอด                         เรื่องวายวอด, ล้วนแต่ฉัน, สรรมาว่า
ฉันเป็นควัน, ธูปลอย, ล่องนภา                               นำคำสวด, ไปบูชา, พระเมืองแมน
ฉันเป็นควัน, บดบัง, สนามรบ                                 ซึ่งซากศพ, ถมทับ, อยู่นับแสน
ล้วนทูนเทอด, ฉันไว้ ไม่กลัวแกลน                          ตรึงฉันแน่น, กับฝีปาก, จนพรากใจ
ท่านแต่งงาน, ฉันก็มา อยู่ข้างข้าง                           ท่านวายวาง, ฉันก็เวียน, อยู่ใกล้ใกล้
ท่านหลงเพลิน, เดินอยู่ ณ ประเทศไกล                    ฉันเรียกให้, กลับบ้าน, ท่านก็มา
ฉันเชิดใจ, ท่านให้พ้น, จากหลุมลึก                         ฉันช่วยนึก, ให้คู่รัก, ทักจ๊ะจ๋า
ฉันเป็นสื่อ, คนตาย วายชีวา                                  ให้กระซิบ, สนทนา, กับคนยัง
ฉันรับใช้, เอกชน, คนทั้งสิ้น                                  แม้นฉันสั่ง, เจ้าแผ่นดิน, ก็รับสั่ง
ย่อมเป็นข้า, ให้ฉันใช้, ไม่ชิงชัง                             ตลอดทั้ง, เสนา, ประชากร
ฉันพูดได้, ทางนก, ในฟากฟ้า                               ทางแมลง, ในทุ่งนา, ป่าสิงขร
ทางเสียงคลื่น, กระทบฝั่ง, ทางลมจร                      พัดอ่อนอ่อน, เหมือนระบาย, ถอนหายใจ  
ท่านที่รู้, จักฉัน, ท่านอยากพบ                              อาจประสพ, ฉันไม่ว่า, ที่ไหนไหน            
แม้ล้อรถ, หมุนอ่อยอ่อย, อ๋อยอ๋อยไป                    นั้นท่านได้, พบฉัน, ที่กลางทาง
อันพี่น้อง, ฉันไร้, ได้แต่ชาติ                                ประชากร, เป็นญาติ, อยู่รอบข้าง
ฉันสืบสรร, ศรีของท่าน, มาทุกปาง                       ฉันก็สร้าง, ศรีให้ฉัน, ทุกบรรพ์มา
ฉันคือท่าน, ท่านคือฉัน, ท่านรู้เถิด                        เพราะฉันเกิด, เป็นเครื่องมือ, ของแหล่งหล้า
ท่านจงทราบ, กำเนิด, ฉันเกิดมา                          ฉันเกิดมา, เป็นดนตรี, ฉะนี้แล ฯ

2 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณสำหรับกวีดีๆ
    ไม่เคยอ่านมาก่อน

    ตอบลบ
  2. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ