วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ระบบการศึกษาดนตรีในประเทศไทย



จากที่เคยสดับรับฟังและอ่านเรื่องระบบการศึกษาดนตรีในประเทศไทย อีกทั้งยังอ่านบทความเกี่ยวกับดนตรีต่างประเทศเสมอ พบว่าดนตรีนั้นเป็นวิชาที่ไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ เพราะเป็นเสียง เป็นวัฒนธรรมทางเสียง ฉะนั้นถ้าจะจับตัวตนตรีจริงๆ แล้วนั้น ควรจับเงาของดนตรี กล่าวคือจับอากับกริยาของผู้เล่น เงาสะท้อนที่ดนตรีมีต่อสังคม  บ่อยครั้งนักเรียนชอบมาถามผู้เขียนว่าจบไปเป็นอะไร ความจริงแล้วทำไมต้องจบไปเป็นนักดนตรี ครูดนตรี บางครั้งเรียนดนตรีไปอาจเป็นนักประวัติศาสตร์ดนตรี นักดนตรีบำบัด วิศวกรรมดนตรี นักศิลปะดนตรี นักทดลองสีสันของเสียง เกอิชา นักแต่งเพลงคาราโอเกะ  นักเขียนเพลงริงโทน  นักเขียนเพลงให้ไก่ไข่ดก วัวไม่เครียด หมูสุขภาพดี  โอย เยอะแยะไปสมัยนี้


กำแพงทั้งหมดอยู่ที่คำว่าดนตรี เช่น ดนตรีคืออะไร อะไรคือดนตรี ดนตรีคือการร้องเล่นเต้นรำ ตีเกราะเคาะไม้ เท่งโมง  มันแคบเสียเหลือเกิน เพราะเรามัวแต่เพ่งจุดบอดของดนตรีมากกว่ามองที่ความสัมพันธ์ ความสำคัญของดนตรีที่มีต่อมนุษย์ สัตว์ ความจริงเสียงทุกเสียงก็คือดนตรีนะ  แต่คนเราไม่คิดอย่างนั้น เสียงก็อีกอย่าง ดนตรีก็อีกอย่าง  ก็เหมือนเมีย กับโสเภณี  เอาได้เหมือนกันแต่คนละสถานะ อ่าว  แล้วจะแบ่งแยกไปทำไม ใจแคบ หรือเห็นแก่ตัว  บ่อยครั้งที่มนุษย์ชอบนำบรรทัดฐานมาจับคำว่าดนตรี เพราะดนตรีมีคุณลักษณะเหมือนยา เช่น ยาพิษ หรือยารักษา ดนตรีคือภาษา คือบรรยากาศของสังคม คืออาหารหู ฯลฯ

คนเรียนดนตรีจ่ายแพง ดนตรีถูกผูดมัดไว้กับรสนิยม กับความสูงส่ง ดนตรีใช้สร้างความศักดิ์สิทธิ์ และชิบหาย ฉะนั้นเรียนดนตรีก็คงตอบสนองอุปสงค์สังคม หากสังคมยังไม่พัฒนา สันดานคนในสังคมยังทิ้งขยะไม่ลงถัง เลือกนักการเมืองโง่เง่ามาปกครอง มีผู้ปกครองประเทศไร้สมอง รวมถึงมีครูมี่ไม่ได้เรื่อง เหล่านี้มีส่วนสร้างค่านิยมให้แก่สังคมทั้งสิ้น เอ๊ะ ยังไม่รวมพ่อแม่ที่เสี้ยมสอนลูกแปลกๆ  และค่านิยมที่ไม่เปิดใจกว้างด้วย

นักดนตรี ถูกเลื่อนสถาณะเป็นชนชั้นล่าง พวกเต้นกินรำกิน ไม่ผิด เพราะนักดนตรีที่พบเห็นกระทำอย่างนั้นเกลื่อนกราด นี่ไม่นับรวมพฤติกรรมแย่ๆ การเสพติด หรืออะไรต่อมิอะไร นักดนตรีรวมถึงนักประพันธ์ในประวัติศาสตร์ดนตรีทั้งไทย และเทศ ถูกสร้างให้เป็นบุคคลที่มีปัญหา เพราะดนตรีคือศาสตร์ของสุนทรี เฉียดๆ ความไร้แก่นสาร  ฉะนั้นเปิดสอนวิชาดนตรีแล้วลืมรากฐานวัฒนธรรมตน หลงเมล็ดพันธุ์ต่างประเทศ พวกนักดนตรีชุบทอง สักวันก็คงมลายหายสิ้น เพราะทั้งหมดที่ทำมันสูญเปล่า เหมือนศิลปินจีน จะเล่นเพลงโมสาร์ท โซแปง อะไรก็ช่าง มันก็เป็นหุ่นยนต์ดีดีนั่นเอง พวกนี้นักปฏิบัติ ตามรอยเท้าคนอื่น


เกิดการย่ำอยู่กับที่หากไม่ศึกษาเรียนรู้ดนตรีแบบสหวิทยาการ เช่น ดนตรีกับภาพยนตร์ ดนตรีกับเอนิเมชัน ดนตรีกับการแพทย์ ดนตรีกับประวัติศาสตร์ วิศวกรรมดนตรี ปศุสัตวดนตรี  ดนตรีกับเพศศึกษา ดนตรีกับคนโรคจิต ดนตรีในรสนิยมนักการเมือง  ความเพี้ยนของภาษาดนตรี ความเป็นชาตินิยมในดนตรี เอาไปสิ ใครจะมาว่า  เราพอหรือยังกับดนตรีที่หมายถึงพวก ดีด สี ตี เป่า ดนตรีเต้นกินรำกิน


แล้วดนตรีคืออะไร เรียนไปแล้วไปไหน ทุกวันนี้เรามีนักคิดดนตรีหรือยัง หรือคิดว่าจะได้เงินเท่าไหร่ ขูดรีดผู้ปกครองยังไง สักวันก็ล้นตลาด สักวันก็เกลื่อน สักวันก็เชย แล้วดนตรีมันก็เป็นวิชาไพร่  เพราะมัวแต่บ้าเล่นดนตรี ไม่รู้ทันโลก ไม่ทันสังคม  ท้ายสุดดนตรีก็กลายเป็นกะลาอันใหญ่ครอบหัวตัวเอง เป็นกบที่คอยฟังแต่นาย สุดท้ายก็ระเบิดท้องตัวเองแข่งกับวัว    จบข่าวววววววววววว.....................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น